RSS
 

Archive for the ‘น่ารู้ประวัติบุคคล’ Category

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

07 Feb

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2463 ตรงกับวันค่ำ ปีวอก ที่จังหวัดสงขลา เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยคนที่ 16 ระหว่างปี พ.ศ. 2523 ถึง พ.ศ. 2531 และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งที่ครองอำนาจยาวนานที่สุด ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นผู้วางรากฐาน นโยบายในภาคใต้ นักวิเคราะห์จากนิตยสารฟอร์บ กล่าวว่าพลเอกเปรม เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในการเมืองไทย ถูกเรียกขานกันขณะ ที่ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยว่า เตมีย์ใบ้การศึกษา
– เข้ารับการศึกษาขั้นต้นที่ โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา
– พ.ศ. 2480 สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา 8 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
– 2 พฤษภาคม 2481 เข้าเป็นนักเรียนเทคนิค รุ่นที่ 5 หลักสูตรพิเศษเรียน 3 ปี โรงเรียนเทคนิคทหารบก
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมแกล้า
– พ.ศ. 2490 เข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยทหารม้า หลัดสูตรนายทหารฝึกหัดราชการ
– พ.ศ. 2492 กองทัพบกส่งไปศึกษาวิชาหลักกสิกรรม ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2492 มีกำหนด 3 เดือน ผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
– พ.ศ. 2503 สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพิเศษ ชุดที่ 2 ที่วิทยาการทัพบก
– พ.ศ. 2509 สำเร็จการศึกษาหลักสูตร การป้องกันอาณาจักร รุ่นที่ 9 ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
การทำงาน
ประวัติการรับราชการและราชการพิเศษ
– 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2481 ตำแหน่งนักเรียนเทคนิค (227)
– 20 มกราคม พ.ศ. 2484 ประจำกองรถรบ และได้รับพระราชทานยศ ว่าที่ ร้อยตรี
– 19 มิถุนายน พ.ศ. 2484 ได้รับพระราชทานยศ ร้อยตรี
– 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2484 ประจำกรมรถรบ
– 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ได้รับพระราชทานยศ ร้อยโท
– 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 ได้รับพระราชทานยศ ร้อยเอก
– 11 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นหัวหน้ากองบังคับการ กรมรถรบ
– 13 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นรองผู้บังคับกองร้อยที่ 2 กองพันที่ 1 กรมรถรบ
– 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 2 กองพันที่ 1 กรมรถรบ
– 4 ธันวาคม พ.ศ. 2489 เป็นนายกทหารฝึกหัดราชการโรงเรียนทหารม้า
– 29 สิงหาคม พ.ศ. 2490 เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 2 กองพันที่ 1 กรมรถรบ
– 8 เมษายน พ.ศ. 2492 รักษาราชการ รองผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมรถรบ
– 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ได้รับพระราชทานยศ พันตรี
– 18 กันยายน พ.ศ. 2493 เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 3 กองพันทหารม้าที่ 4
– 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 เป็นรองผู้บังคับกองพันที่ทหารม้าที่ 4
– 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 เป็นรองผู้บังคับการจงหวัดทหารอุตรดิตถ์
– 4 มิถุนายน พ.ศ. 2495 เข้าศึกษาในโรงเรียนยานเกราะในความอำนวยการของหน่วย MAAG
– 1 เมษายน พ.ศ. 2495 เป็นรองผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 7 และรองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์
– 24 เมษายน พ.ศ. 2496 เป็นอาจารย์แผนยุทธวิธี กองการศึกษาโรงเรียนยานเกราะกองพลน้อยทหารม้า
– 8 มิถุนายน พ.ศ. 2497 เป็นอาจารย์แปนกวิชาทหาร กองการศึกษาโรงเรียนยานเกราะกองพลน้อยทหารม้า
– 30 ธันวาคม พ.ศ. 2497 เป็นผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 5 กรมทหารม้าที่ 2 และรักษาราชการอาจารย์แผนกวิชาทหาร กองศึกษาโรงเรียนยานเกราะ กองพลน้อยทหารม้า
– 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 เป็นอาจารย์หัวหน้าแผนกวิชาทหาร กองการศึกษาโรงเรียนยานเกราะ กองทหารม้า และรักษาราชการผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 5 กรมทหารม้าที่ 2
– 16 ธันวาคม พ.ศ. 2498 เป็นอาจารย์แผนกหัวหน้าวิชาทหาร กองศึกษาโรงเรียนยานเกราะ กองพลทหารม้า
– 1 มกราคม พ.ศ. 2499 ได้รับพระราชทานยศ พันเอก
– 10 มีนาคม พ.ศ. 2501 เป็นผู้ช่วยบัญชาการโรงเรียนทหารม้ายานเกราะ ศูนย์การทหารม้า
– 25 ธันวาคม พ.ศ. 2501 เป็นรองผู้บัญชาการโรงเรียนทหารม้ายานเกราะ ศูนย์การทหารม้า
– 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 มีพระบรมราชโองการโปรกเกล้าฯ ให้เป็นสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญฯ
– 13 มีนาคม พ.ศ. 2506 เป็นรองผู้บังคับชาการโรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2506 เป็นรองผู้บัญชาการทหารม้า และรองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสะบุรี
– 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นวุฒิสภา
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า และผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระบุรี
ได้รับพระราชทานยศ พลตรี
– 4 เมษายน พ.ศ. 2512 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองครักษ์เวร
– 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์
– 16 ธันวาคม พ.ศ. 2515 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2516 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2517 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 และได้รับพระราชทานยศ พลโท
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นราชองครักษ์พิเศษ
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2520 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารทหารบก ได้รับพระราชทานยศ พลเอก และเป็นรองผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ฝ่ายทหารบก ตามคำสั่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในที่ 133/2530 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2520
– 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
– 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
– 1 ตุลาคม 2521-26 สิงหาคม พ.ศ. 2524 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น ผู้บัญชาการทหารบก
– 4 ธันวาคม พ.ศ. 2524 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์
– 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในคณะรัฐบาลซึ่งมี พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี
– 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษารพรพองค์
– 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2523 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารที่ 21 รักษาพระองค์
– 3 มีนาคม พ.ศ. 2523 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น นายกรัฐมนตรี
– 12 มีนาคม พ.ศ. 2526 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่ง
– 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น นายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งหลังจากประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2526
– 5 สิงหาคม พ.ศ. 2529 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น นายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งหลังจากประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2529
– 23 สิงหาคม พ.ศ. 2531 มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น องคมนตรี
– 29 สิงหาคม พ.ศ. 2531 มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศยกย่อง เป็น “รัฐบุรุษ”
– 4 กันยายน พ.ศ. 2541 มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น ประธานองคมนตรี

ข้อมูลจาก http://guru.sanook.com/pedia/topic/พลเอกเปรม_ติณสูลานนท์_/

ภาพจาก http://www.google.co.th/


 

ชวน หลีกภัย

07 Feb

ประวัติ

นายชวน หลีกภัย เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๔๘๑ ที่ตำบลท้ายพรุ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

จบการศึกษาระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนตรังวิทยา จังหวัดตรัง แล้วเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนศิลปศึกษาแผนกจิตรกรรมและประติมากรรม (เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร) และได้สมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ สำเร็จเป็นนิติศาสตร์บัณฑิต เมื่อปี ๒๕๐๕ และสอบได้เนติบัณฑิตไทย ในสมัยที่ ๑๗ ได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ ปี ๒๕๒๘ และดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี ๒๕๓๐

นายชวน หลีกภัย เริ่มงานอาชีพทนายความที่สำนักงานทนายความ ช.ชนะสงคราม หลังสำเร็จการศึกษาและเบนเข็มมาสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จังหวัดตรัง เมื่อปี ๒๕๑๒ ได้รับเลือกตลอดมาจนปัจจุบันรวม ๑๑ สมัย คือปี ๒๕๑๒, ๒๕๑๘, ๒๕๑๙, ๒๕๒๒, ๒๕๒๖, ๒๕๒๙, ๒๕๓๑, ๒๕๓๕ (๒สมัย), ๒๕๓๘, ๒๕๓๙ ในงานการเมืองเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและประธานสภาผู้แทนราษฎร

เริ่มด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมในปี ๒๕๑๘ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๑๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปี ๒๕๒๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปี ๒๕๒๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปี ๒๕๒๕ – ๒๕๒๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปี ๒๕๒๖ – ๒๕๒๙ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๒๙ – ๒๕๓๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปี ๒๕๓๑ – ๒๕๓๒ รองนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๓๒ – ๒๕๓๓ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี ๒๕๓๓

นอกจากตำแหน่งทางการเมือง นายชวน หลีกภัย ยังเข้ารับตำแหน่งอื่นๆ อีกดังนี้ เป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อาจารย์พิเศษแผนกนิติเวช คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๓๕ พรรคการเมือง ๕ พรรค อันประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคความหวังใหม่ พรรคพลังธรรม พรรคกิจสังคมและพรรคเอกภาพ ได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุนให้นายชวน หลีกภัย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายชวน หลีกภัย ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๐ ของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๓๕ การดำเนินการตามนโยบายที่สำคัญที่รัฐบาลนี้เน้นเป็นพิเศษ (ในช่วงนั้น) ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ การกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและชนบท ซึ่งเน้นการกระจายรายได้กระจายโอกาส และกระจายอำนาจในการปกครองตนเองให้กับท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลซึ่งมีนายชวนหลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงปี ๒๕๓๕ ถึงกลางปี ๒๕๓๘ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของการดำเนินการตามนโยบายจัดหาที่ดินทำกินให้กับราษฎรให้เฉพาะกรณีการออกเอกสารสิทธิที่เรียกว่า ส.ป.ก. ๔ – ๐๑ ปัญหานี้กลายเป็นประเด็นที่ทำให้รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก จนในที่สุด ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ และกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น นายบรรหาร ศิลปอาชา ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีสมาชิกของพรรคได้รับเลือกตั้งมากที่สุด ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ต่อมาเมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ในสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปลายปี ๒๕๓๙ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป จนกระทั่งวิกฤติการณ์ด้านเศรษฐกิจ ทำให้พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้รัฐบาลของพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ สิ้นสภาพลงด้วย

นายชวน หลีกภัย ในฐานะที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีแทน โดยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ถือได้ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของประเทศไทยที่ได้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ ๒

ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นายชวน หลีกภัย สิ้นสุดลง เนื่องจากมีพระบรมราชโองการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๓

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง

สมัยที่ ๑
คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๕๐ : ๒๓ กันยายน ๒๕๓๕ – ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๘

สมัยที่ ๒
คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๕๓ : ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ – ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๓

ข้อมูลจาก http://guru.sanook.com/pedia/topic/%AA%C7%B9_%CB%C5%D5%A1%C0%D1%C2/