RSS
 

เทคนิคง่ายๆ จำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

14 Feb

ปัจจุบันนี้ภาษาอังกฤษเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น เพราะเป็นภาษาสากลที่ทั่วโลกใช้ติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะเพื่อนๆที่อยู่ในวัยเรียน จะพบว่า ไม่ว่าจะเป็นวิชาไหน ๆ ก็มักจะมีคำศัพท์ภาษาอังกฤษสอดแทรกเข้ามาในเนื้อหาเสมอ โดยวันนี้ทางทีมงานกระปุกมีเทคนิคดี ๆ ในการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษมาฝากกันค่ะ..

* ตั้งสมาธิในการอ่านคำศัพท์อยู่เสมอ

อันดับแรกคือ การเตรียมอุปกรณ์ในการช่วยจำ นั่นคือ “สมุดโน๊ต” (Note) ที่พกติดตัวไว้นั่นเอง เวลาเดินทางไปไหนมาไหน เจอคำศัพท์ใหม่ ๆ หรือประโยคภาษาอังกฤษเด็ด ๆ ให้จดบันทึกเก็บไว้ จากนั้นเมื่อถึงบ้านมาก็หยิบ “ดิกชั่นนารี” (Dictionnary) มาเปิดหาคำแปล แนะนำให้เปิดดิกชันนารีหานะคะ เพราะการที่เราได้ใช้ความพยายามในการเปิดหาคำแปล จะช่วยให้จดจำได้มากกว่าเราใช้ทอล์คกิ้ง ดิก (Talking dict)

* Post it เครื่องมือเร่งจำ

ตัวช่วยอีกตัวช่วยนึงนั้นก็คือ โพสต์อิท เพื่อน ๆ ลองจดคำศัพท์พร้อมคำแปลตัวโตๆ ไว้ที่ข้างฝาห้องนอน นอนท่องเล่น ๆ บ้าง จริง ๆ บ้าง ไปเพลิน ๆ หรือไม่ก็ติดไว้ตรงที่ที่เราสามารถมองเห็นได้ง่าย เมื่อคำศัพท์ผ่านตาบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้เราจำได้ดีเหมือนกันค่ะ

* สนุกกับเกมส์คำศัพท์เบาสมอง

เกมคำศัพท์สนุก ๆ นิดจากจะช่วยผ่อนคลาย และได้ความสนุกสนานแล้ว ยังได้ความรู้ที่พ่วงจากความสนุกอีกด้วยนะค่ะ เกมคำศัพท์มีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น scrabble, hangman, crossword puzzle ให้เพื่อน ๆเลือกเล่นตามความชอบเลย

* เสพบันเทิงอินเตอร์

ฟังและดูอะไรที่เพื่อน ๆ สนใจ เช่น ภาพยนตร์ที่ชอบ จากแรกที่ดูในรูปแบบ Soundtrack มีบรรยายไทย ก็เปลี่ยนเป็น บรรยาย อังกฤษ หรือไม่ก็ฟังภาษาอังกฤษล้วน ๆ ไปเลย เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องคำศัพท์แล้ว ยังช่วยในเรื่องการออกสำเนียงอีกด้วย และเช่นกัน เพลงสากล ที่เพื่อน ๆ ชอบ ลองมาแปลเนื้อหาในบทเพลงกันดีไหมค่ะ นอกจากจะรู้ความหมายในเพลงแล้ว ยังได้คำศัพท์เป็นของแถมอีกด้วยนะ

นอกจากเทคนิคข้างต้น แล้วเราควรหมั่นฝึกฝน และทบทวนคำศัพท์อยู่เสมอ ทำให้เป็นกิจวัตรได้ยิ่งดีเลยค่ะ สักวันละ 10 – 20 คำ หากมีโอกาสที่คุยกับคนต่างชาติ อย่าไปกลัวค่ะ ให้สนทนาตอบด้วยความมั่นใจ ถ้าหากเราใช้คำศัพท์ผิดไม่มีทางที่เค้าจะหัวเราะเราแน่นอน กลับกันเค้าจะรีบบอกคำศัพท์ที่ถูกต้องในทันที

ถ้าเพื่อน ๆ ฝึกพูด ฝึกจำอยู่สม่ำเสมอ ความรู้ที่ได้นั้นจะอยู่ติดตัวเพื่อน ๆ ตลอดไปเลยค่ะ


 

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

07 Feb

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2463 ตรงกับวันค่ำ ปีวอก ที่จังหวัดสงขลา เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยคนที่ 16 ระหว่างปี พ.ศ. 2523 ถึง พ.ศ. 2531 และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งที่ครองอำนาจยาวนานที่สุด ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นผู้วางรากฐาน นโยบายในภาคใต้ นักวิเคราะห์จากนิตยสารฟอร์บ กล่าวว่าพลเอกเปรม เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในการเมืองไทย ถูกเรียกขานกันขณะ ที่ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยว่า เตมีย์ใบ้การศึกษา
– เข้ารับการศึกษาขั้นต้นที่ โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา
– พ.ศ. 2480 สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา 8 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
– 2 พฤษภาคม 2481 เข้าเป็นนักเรียนเทคนิค รุ่นที่ 5 หลักสูตรพิเศษเรียน 3 ปี โรงเรียนเทคนิคทหารบก
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมแกล้า
– พ.ศ. 2490 เข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยทหารม้า หลัดสูตรนายทหารฝึกหัดราชการ
– พ.ศ. 2492 กองทัพบกส่งไปศึกษาวิชาหลักกสิกรรม ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2492 มีกำหนด 3 เดือน ผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
– พ.ศ. 2503 สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพิเศษ ชุดที่ 2 ที่วิทยาการทัพบก
– พ.ศ. 2509 สำเร็จการศึกษาหลักสูตร การป้องกันอาณาจักร รุ่นที่ 9 ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
การทำงาน
ประวัติการรับราชการและราชการพิเศษ
– 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2481 ตำแหน่งนักเรียนเทคนิค (227)
– 20 มกราคม พ.ศ. 2484 ประจำกองรถรบ และได้รับพระราชทานยศ ว่าที่ ร้อยตรี
– 19 มิถุนายน พ.ศ. 2484 ได้รับพระราชทานยศ ร้อยตรี
– 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2484 ประจำกรมรถรบ
– 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ได้รับพระราชทานยศ ร้อยโท
– 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 ได้รับพระราชทานยศ ร้อยเอก
– 11 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นหัวหน้ากองบังคับการ กรมรถรบ
– 13 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นรองผู้บังคับกองร้อยที่ 2 กองพันที่ 1 กรมรถรบ
– 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 2 กองพันที่ 1 กรมรถรบ
– 4 ธันวาคม พ.ศ. 2489 เป็นนายกทหารฝึกหัดราชการโรงเรียนทหารม้า
– 29 สิงหาคม พ.ศ. 2490 เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 2 กองพันที่ 1 กรมรถรบ
– 8 เมษายน พ.ศ. 2492 รักษาราชการ รองผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมรถรบ
– 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ได้รับพระราชทานยศ พันตรี
– 18 กันยายน พ.ศ. 2493 เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 3 กองพันทหารม้าที่ 4
– 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 เป็นรองผู้บังคับกองพันที่ทหารม้าที่ 4
– 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 เป็นรองผู้บังคับการจงหวัดทหารอุตรดิตถ์
– 4 มิถุนายน พ.ศ. 2495 เข้าศึกษาในโรงเรียนยานเกราะในความอำนวยการของหน่วย MAAG
– 1 เมษายน พ.ศ. 2495 เป็นรองผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 7 และรองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์
– 24 เมษายน พ.ศ. 2496 เป็นอาจารย์แผนยุทธวิธี กองการศึกษาโรงเรียนยานเกราะกองพลน้อยทหารม้า
– 8 มิถุนายน พ.ศ. 2497 เป็นอาจารย์แปนกวิชาทหาร กองการศึกษาโรงเรียนยานเกราะกองพลน้อยทหารม้า
– 30 ธันวาคม พ.ศ. 2497 เป็นผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 5 กรมทหารม้าที่ 2 และรักษาราชการอาจารย์แผนกวิชาทหาร กองศึกษาโรงเรียนยานเกราะ กองพลน้อยทหารม้า
– 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 เป็นอาจารย์หัวหน้าแผนกวิชาทหาร กองการศึกษาโรงเรียนยานเกราะ กองทหารม้า และรักษาราชการผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 5 กรมทหารม้าที่ 2
– 16 ธันวาคม พ.ศ. 2498 เป็นอาจารย์แผนกหัวหน้าวิชาทหาร กองศึกษาโรงเรียนยานเกราะ กองพลทหารม้า
– 1 มกราคม พ.ศ. 2499 ได้รับพระราชทานยศ พันเอก
– 10 มีนาคม พ.ศ. 2501 เป็นผู้ช่วยบัญชาการโรงเรียนทหารม้ายานเกราะ ศูนย์การทหารม้า
– 25 ธันวาคม พ.ศ. 2501 เป็นรองผู้บัญชาการโรงเรียนทหารม้ายานเกราะ ศูนย์การทหารม้า
– 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 มีพระบรมราชโองการโปรกเกล้าฯ ให้เป็นสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญฯ
– 13 มีนาคม พ.ศ. 2506 เป็นรองผู้บังคับชาการโรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2506 เป็นรองผู้บัญชาการทหารม้า และรองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสะบุรี
– 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นวุฒิสภา
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า และผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระบุรี
ได้รับพระราชทานยศ พลตรี
– 4 เมษายน พ.ศ. 2512 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองครักษ์เวร
– 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์
– 16 ธันวาคม พ.ศ. 2515 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2516 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2517 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 และได้รับพระราชทานยศ พลโท
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นราชองครักษ์พิเศษ
– 1 ตุลาคม พ.ศ. 2520 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารทหารบก ได้รับพระราชทานยศ พลเอก และเป็นรองผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ฝ่ายทหารบก ตามคำสั่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในที่ 133/2530 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2520
– 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
– 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
– 1 ตุลาคม 2521-26 สิงหาคม พ.ศ. 2524 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น ผู้บัญชาการทหารบก
– 4 ธันวาคม พ.ศ. 2524 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์
– 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในคณะรัฐบาลซึ่งมี พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี
– 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษารพรพองค์
– 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2523 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารที่ 21 รักษาพระองค์
– 3 มีนาคม พ.ศ. 2523 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น นายกรัฐมนตรี
– 12 มีนาคม พ.ศ. 2526 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่ง
– 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น นายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งหลังจากประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2526
– 5 สิงหาคม พ.ศ. 2529 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น นายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งหลังจากประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2529
– 23 สิงหาคม พ.ศ. 2531 มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น องคมนตรี
– 29 สิงหาคม พ.ศ. 2531 มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศยกย่อง เป็น “รัฐบุรุษ”
– 4 กันยายน พ.ศ. 2541 มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น ประธานองคมนตรี

ข้อมูลจาก http://guru.sanook.com/pedia/topic/พลเอกเปรม_ติณสูลานนท์_/

ภาพจาก http://www.google.co.th/


 

ชวน หลีกภัย

07 Feb

ประวัติ

นายชวน หลีกภัย เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๔๘๑ ที่ตำบลท้ายพรุ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

จบการศึกษาระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนตรังวิทยา จังหวัดตรัง แล้วเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนศิลปศึกษาแผนกจิตรกรรมและประติมากรรม (เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร) และได้สมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ สำเร็จเป็นนิติศาสตร์บัณฑิต เมื่อปี ๒๕๐๕ และสอบได้เนติบัณฑิตไทย ในสมัยที่ ๑๗ ได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ ปี ๒๕๒๘ และดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี ๒๕๓๐

นายชวน หลีกภัย เริ่มงานอาชีพทนายความที่สำนักงานทนายความ ช.ชนะสงคราม หลังสำเร็จการศึกษาและเบนเข็มมาสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จังหวัดตรัง เมื่อปี ๒๕๑๒ ได้รับเลือกตลอดมาจนปัจจุบันรวม ๑๑ สมัย คือปี ๒๕๑๒, ๒๕๑๘, ๒๕๑๙, ๒๕๒๒, ๒๕๒๖, ๒๕๒๙, ๒๕๓๑, ๒๕๓๕ (๒สมัย), ๒๕๓๘, ๒๕๓๙ ในงานการเมืองเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและประธานสภาผู้แทนราษฎร

เริ่มด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมในปี ๒๕๑๘ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๑๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปี ๒๕๒๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปี ๒๕๒๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปี ๒๕๒๕ – ๒๕๒๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปี ๒๕๒๖ – ๒๕๒๙ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๒๙ – ๒๕๓๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปี ๒๕๓๑ – ๒๕๓๒ รองนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๓๒ – ๒๕๓๓ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี ๒๕๓๓

นอกจากตำแหน่งทางการเมือง นายชวน หลีกภัย ยังเข้ารับตำแหน่งอื่นๆ อีกดังนี้ เป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อาจารย์พิเศษแผนกนิติเวช คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๓๕ พรรคการเมือง ๕ พรรค อันประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคความหวังใหม่ พรรคพลังธรรม พรรคกิจสังคมและพรรคเอกภาพ ได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุนให้นายชวน หลีกภัย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายชวน หลีกภัย ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๐ ของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๓๕ การดำเนินการตามนโยบายที่สำคัญที่รัฐบาลนี้เน้นเป็นพิเศษ (ในช่วงนั้น) ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ การกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและชนบท ซึ่งเน้นการกระจายรายได้กระจายโอกาส และกระจายอำนาจในการปกครองตนเองให้กับท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลซึ่งมีนายชวนหลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงปี ๒๕๓๕ ถึงกลางปี ๒๕๓๘ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของการดำเนินการตามนโยบายจัดหาที่ดินทำกินให้กับราษฎรให้เฉพาะกรณีการออกเอกสารสิทธิที่เรียกว่า ส.ป.ก. ๔ – ๐๑ ปัญหานี้กลายเป็นประเด็นที่ทำให้รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก จนในที่สุด ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ และกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น นายบรรหาร ศิลปอาชา ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีสมาชิกของพรรคได้รับเลือกตั้งมากที่สุด ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ต่อมาเมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ในสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปลายปี ๒๕๓๙ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป จนกระทั่งวิกฤติการณ์ด้านเศรษฐกิจ ทำให้พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้รัฐบาลของพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ สิ้นสภาพลงด้วย

นายชวน หลีกภัย ในฐานะที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีแทน โดยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ถือได้ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของประเทศไทยที่ได้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ ๒

ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นายชวน หลีกภัย สิ้นสุดลง เนื่องจากมีพระบรมราชโองการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๓

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง

สมัยที่ ๑
คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๕๐ : ๒๓ กันยายน ๒๕๓๕ – ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๘

สมัยที่ ๒
คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๕๓ : ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ – ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๓

ข้อมูลจาก http://guru.sanook.com/pedia/topic/%AA%C7%B9_%CB%C5%D5%A1%C0%D1%C2/


 

‘เหน็บชา’เพราะอิริยาบถร้าย!

07 Feb

นพ.โอภาส นวสิริพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา รพ.บำรุงราษฎร์ กล่าวไว้ในงาน Brain Explorer รวมทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสมอง ว่า บางคนเกิดอาการชาเพราะจัดวางท่าทางไม่เหมาะสมระหว่างใช้ชีวิตประจำวัน ส่งผลให้เส้นประสาทถูกกดทับ

ย่างเช่น การชาที่นิ้วชี้ กลาง และนาง เพราะใช้หรือออกแรงมือมาก จนเกิดพังผืดข้อมือทับเส้นประสาท พบมากในผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์บ่อย คนที่เล่นกีฬาประเภทกอล์ฟ เทนนิส และแบดมินตัน

อาการชาที่นิ้วก้อย เกิดจากเส้นประสาทบริเวณรักแร้ที่ยาวไปถึงนิ้วก้อย สาเหตุจากงอและเกร็งข้อศอกเพื่อถือหูโทรศัพท์เป็นเวลานาน ส่วนการชาที่ต้นขาและรู้สึกปวดแสบปวดร้อน เป็นเพราะมีน้ำหนักตัวมาก หรือไม่ก็ชอบรัดเข็มขัดแน่นจนเกินพอดี ส่งผลให้เส้นประสาททำงานลำบาก เนื่องจากถูกอัดแน่นติดกับไขมัน

ชาที่ขาและข้อพับ จากการนั่งพับเพียบหรือนั่งไขว้ขวานาน ทำให้เท้าตก ยกเท้าไม่ขึ้น เพราะเส้นประสาทถูกกดทับไว้กับพื้นและเข่า ชาที่ต้นขาและไปที่เข่า จะเกิดกับผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน ทำให้ปลายเท้าและปลายนิ้วถูกกดทับจนเส้นประสาทอักเสบ

และถ้าอาการชาที่เริ่มเกิดขึ้นจากปลายเท้า ฝ่าเท้า ปลายนิ้ว ลามขึ้นไปที่ข้อเท้า เข่า และลำตัว เป็นอาการที่เกิดกับนักดื่ม เนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายเส้นประสาทให้เสียหายหลายเส้น เพราะฉะนั้นหากไม่อยากเกิดอาการชากระทบการใช้ชีวิตก็ควรหลีกเลี่ยงท่าทางที่เป็นต้นเหตุเหล่านี้เสีย

มุมสุขภาพ ยังมีอาการเหน็บชาที่เป็นสัญญาณให้รีบพบแพทย์โดยด่วนเพราะอันตรายเสี่ยงอัมพฤกษ์-อัมพาต แต่จะต้องติดตามอ่านต่อในวันพรุ่งนี้.

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์


 

เคี้ยวข้างเดียวนานๆ เป็นไรหรือไม่

07 Feb

การเคี้ยวข้างเดียวก็เป็นประเด็นหนึ่งที่โยงไปถึงการด้อยประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวและมีผลข้างเคียงหลายๆอย่าง …

การที่เรามีฟันครบอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ก็สามารถทำให้เราเคี้ยวอาหารได้ดีละเอียดขึ้น จะทานอะไรมันก็อร่อย ระบบบดเคี้ยวที่ดีต้องมีความสมดุล ซึ่งจะสัมพันธ์กันแค่ ฟัน ขากรรไกร และกล้ามเนื้อที่ขยับขับเคลื่อนขากรรไกร ถ้าอย่างหนึ่งอย่างใดผิดปกติ ระบบบดเคี้ยวก็เสียหายด้วย การเคี้ยวข้างเดียวก็เป็นประเด็นหนึ่งที่โยงไปถึงการด้อยประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวและมีผลข้างเคียงหลายๆอย่าง

ทำไมถึงเคี้ยวข้างเดียว
1. มีปัญหาที่ตัวฟันข้างนั้น เคี้ยวแล้วเศษอาหารติด,เคี้ยวแล้วเจ็บ จึงย้ายไปเคี้ยวอีกข้าง,ฟันผุที่ไม่ได้อุด,ฟันที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ,โยกคลอน,ฟันร้าว,ฟันแตก,ฟันเหลือแค่ราก ลักษณะอย่างนี้ที่ทำให้ฟันทำหน้าที่ไม่เต็มที่ คนใช้จึงโยกการเคี้ยวไปอีกข้าง

2. บริเวณข้างนั้นไม่มีฟัน หลังจากที่ถอนฟันไปแล้ว ทันตแพทย์มักแนะนำให้คนไข้ใส่ฟันเพื่อรักษาระบบการบดเคี้ยวให้เป็นไปเหมือนเดิม มีหลายท่านที่ถอนฟันแล้วไม่ใส่ก็ย้ายไปเคี้ยวฝั่งตรงข้ามที่มีฟันเต็มๆ

3. มีฟันครบแต่ประสิทธิภาพในการตัดอาหารของทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เรามักจะไปเคี้ยวยังด้านที่บดอาหารได้ดีกว่า อาจเป็นเพราะยอดฟันสึกจากที่เคยอุดฟันหรือใส่ฟัน Procela..มานานๆ วัสดุอุดฟันอาจจะสึกแตก ความคมของยอดฟันสูญเสียไป ก็เคี้ยวไม่ถนัดเมื่อเทียบอีกข้าง

4. โดยนิสัยของแต่ละคนที่ถนัดเคี้ยวข้างเดียว

การเคี้ยวข้างเดียวมีผลอย่างไร?
1. เกิดความไม่สมดุลย์ต่อการบดเคี้ยว โดยปกติแล้วหัวต่อขากรรไกรจะมีทั้งซ้าย,ขวา ทำหน้าที่คล้ายบานพับ อ้าปากหุบปาก หากมีการเคี้ยวข้างเดียวนานๆ มีผลทำให้เกิดอาการเจ็บบริเวณหัวต่อขากรรไกรได้

2. การเคี้ยวข้างเดียว มีผลทำให้ฟันข้างนั้นทำงานหนักมากขึ้น โอกาสจะเสียหาย,ฟันสึก,แตกมีมากขึ้น

3. กล้ามเนื้อที่ใช้บดเคี้ยวด้านนั้นจะทำงานหนักมากขึ้น รูปขากรรไกรอาจดูไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อด้านนั้นจะแข็งแรงและโตกว่าอีกข้าง
หากท่านเคี้ยวข้างเดียว จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ ควรพบทันตแพทย์สาเหตุนั้นออก เพื่อให้ระบบบดเคี้ยวอยู่ในสภาพที่สมดุลย์ ลดการเสี่ยงต่อผลกระทบหรือสิ่งเสียหายที่มีต่อหัวต่อขากรรไกรและอวัยวะข้างเคียงได้ `

ที่มาข้อมูล : พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี นิตยสาร Health Today


 

ดู TV นาน..เสี่ยงโรคหัวใจ

25 Jan

ผู้ที่ใช้เวลาไปกับการนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์นานเกิน 2 ชั่วโมงต่อวันนั้น จะมีอัตราความเสี่ยงเกี่ยวกับการเป็นโรคหัวใจและเสียชีวิตที่สูงกว่าปกติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาและสาธารณสุขจาก University College London กล่าวว่า ผู้คนส่วนมากนั้น มักจะติดนิสัยที่เมื่อกลับไปถึงบ้านจะเปิดโทรทัศน์และนั่งดูเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการกระทำเช่นนั้นจะส่งผลที่ไม่ดีต่อร่างกายของคนเราเป็นอย่างมาก เรื่องนี้นับว่าเป็นความเสี่ยงที่ทุกคนควรจะรับทราบและแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในวัยทำงานที่มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันไปกับโต๊ะทำงาน ดูโทรทัศน์ ดู DVD เล่นคอมพิวเตอร์ และเล่นวีดีโอเกมส์ ซึ่งส่วนมากจะไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นระยะเวลานาน

นักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาผู้ที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน กับผู้ที่ใช้เวลาตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน พบว่ามีอัตราความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากสาเหตุต่างๆเพิ่มขึ้นร้อยละ 48 ในขณะที่ผู้ที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอหลังเลิกงานเกินกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ เช่น หัวใจวาย เพิ่มขึ้นร้อยละ 125 เลยทีเดียว โดยความเสี่ยงที่ว่านี้ยังไม่ได้นับรวมกับปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ด้วยซ้ำ

http://campus.sanook.com/


 

อาหาร 10 อย่างที่ควรมีไว้ในตู้เย็น

25 Jan

อาหารประเภทไหนที่ควรมีไว้ในตู้เย็น วันนี้มีมาบอก…

- น้ำเปล่า “น้ำ” ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต ช่วยทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นไม่อย่างปกติ ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดี หัวใจทำงานปกติและมีประสิทธิภาพแข็งแรงขึ้น รวมทั้งช่วยให้การขับถ่ายของเสียทำงานได้ดี ที่สำคัญยังช่วยให้ผิวชุ่มชื่น โดยน้ำที่เหมาะแก่การดื่มคือน้ำอุณหภูมิปกติ

- ผัก “ผัก” ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่ามาก เพราะมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ อาทิ วิตามิน เกลือแร่ อยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในผักยังมี “ใยพืช” (Fiber) ซึ่งช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงานดีขึ้น ทำให้ท้องไม่ผูก ป้องกันโรคริดสีดวงทวาร โรคมะเร็งลำไส้

- ไข่ไก่ “ไข่ไก่” เพราะในไข่ไก่มีทั้งโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย 9 ชนิด ทั้งยังมีวิตามินกับเกลือแร่อีกหลายชนิด เช่น วิตามินเอ , บี, ดี และ อี ธาตุเหล็ก , สังกะสี, ซีลีเนียม และไอโอดีน ส่วนใครที่เคยเชื่อมาผิด ๆ ว่าทานไข่แล้วจะเสี่ยงกับความอ้วนนั้น คุณเข้าใจผิด เพราะโคเลสเตอรอลในไข่แดงมีประมาณ 230 มิลลิกรัมต่อฟอง ซึ่งนับว่าปลอดภัยกว่าการกินเนย แป้ง น้ำตาล และเนื้อสัตว์ติดมันมาก

- นม “นม” ในที่นี้จะเป็นประเภทใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นนมวัว นมถั่วเหลือง หรือนมเปรี้ยว เพราะทุกประเภทล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเราต้องอ่านฉลากข้างกล่องหรือขวดให้ดีก่อนจะซื้อมาเก็บไว้ในตู้ เย็น เพราะในนมแต่ละยี่ห้อแต่ละสูตรก็จะมีปริมาณน้ำนมและสารปรุงแต่งไม่เท่ากัน สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาในเรื่องระบบย่อยอาหารคุณควรดื่มนมวัว เพราะในนมวัวมีแคลเซียมและโปรตีนซึ่งมีความสมบูรณ์ของกรดอะมิโนดีกว่าโปรตีน จากถั่วเหลือง

- เนื้อปลา “เนื้อปลา” เพราะโปรตีนจากเนื้อปลามีไขมันต่ำ ย่อยง่าย และมีสาอาหาร คือ กรดโอเมก้า 3 ซึ่งมีกรด DHA และกรด EPA โดย DHA จะช่วยบำรุงเซลล์สมอง เซลล์ประสาท และเรตินาในดวงตา ส่วนกรด EPA ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอล และลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกาย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

- ผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม , มะม่วง,ฝรั่ง, กีวี่ ,ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เพราะผลไม้ประเภทนี้จะมีวิตามินซีสูง (แถมยังปลอดภัยจากความอ้วนกว่าผลไม้รสหวานที่มีน้ำตาลมาก) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของภูมิต้านทานโรค ช่วยลดระดับไขมันที่จะไปพอกพูนเส้นเลือดในร่างกายแล้วทำให้หลอดเลือดอุดตัน ทั้งยังช่วยควบคุมโคเลสเตอรอล และป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ที่สำคัญวิตามินซีทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุของการเสื่อมของร่างกายอีกด้วย

- โยเกิร์ต “โยเกิร์ต” มีวิตามิน ได้แก่ วิตามิน เอ, บี1, บี2, บี3, บี6, บี12, ดี, อี มีกรดที่ช่วยในการดูดซึมโปรตีน แคลเซียมและเหล็กเข้าสู่ร่างกาย ช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหาร และระบบการขับถ่าย ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ช่วยบำรุงผิวพรรณ แต่ก่อนซื้อต้องอ่านฉลากให้ดีก่อนว่าในโยเกิร์ตรสและยี่ห้อนั้น ๆ มีส่วนประกอบและคุณค่าทางอาหารอะไรบ้าง แนะนำว่าโยเกิร์ตธรรมชาติที่มีน้ำตาลน้อยดีที่สุด

- แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลมีสารอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด อาทิ สารเบตาแคโรทีน วิตามินซี นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยมาก ซึ่งจะทำหน้าที่ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น และถ้าอยากได้คุณค่าเต็มเปี่ยมแนะนำให้ทานแอปเปิ้ลทั้งเปลือก เพราะเปลือกของแอปเปิ้ลแดง 1 ผลนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่ากับวิตามินซี 820 มิลลิกรัม

- ถั่ว “ถั่ว” ถือเป็นโปรตีนจากพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์เชียว ดังนั้นคนที่อยู่ในช่วงทานเจหรือมังสวิรัติแต่ไม่อยากให้ร่างกายขาดโปรตีน ถั่วจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และที่สำคัญถั่วยังอุดมไปด้วยวิตามินที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของผิวหนัง ผม การควบคุมความดันโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบการแข็งตัวของเลือด นอกจากนี้ไขมันไม่อิ่มตัวในถั่วจะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล

- ธัญพืช “ธัญพืช” จำพวกข้าวโพด , ลูกเดือย ,งา ,ข่าวฟ่าง,เมล็ดทานตะวัน, จมูกข้าว, รำจ้าว (ชนิดที่อบกรอบพร้อมทาน) ติดตู้เย็นไว้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาได้มากทั้งยังดีต่อสุขภาพ โดยในธัญพืชจะมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ต้องใช้เวลาในการย่อย ทำให้น้ำตาลในเลือดไม่ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จึงไม่ทำเกิดเป็นโรคเบาหวานตามมาในภายหลัง (ต่างจากแป้งขัดขาวซึ่งน้ำตาลจะถูกย่อยเร็ว) นอกจากนี้ธัญพืชยังเปี่ยมด้วยวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์

รู้อย่างนี้แล้ว ลองหาอาหารแต่ละชนิดมาติดไว้ในตู้เย็น เพื่อสุขภาพที่ดี.

ข้อมูลจาก…http://campus.sanook.com/


 

ครั้งแรก! พบบรรยากาศมีออกซิเจนบนดวงจันทร์ของดาวเสาร์

26 Dec

ยานแคสสินีของนาซาพบชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์บน “ดวงจันทร์เรีย” ของดาวเสาร์ มีชั้นบรรยากาศหนากว่าชั้นบรรยากาศดวงจันทร์ของโลกถึง 100 เท่า แต่ก็บางกว่าดวงจันทร์ของดาวพฤหัส 100 เท่า จึงตรวจไม่พบจากระยะไกลๆ

ทั้งนี้ ยานอวกาศแคสสินี (Cassini) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ได้พบชั้นบรรยากาศของ “ดวงจันทร์เรีย” (Rhea) ดวงจันทร์ที่หนาวเย็นเป็นน้ำแข็ง และเป็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของดาวเสาร์ ระหว่างบินผ่านดาวบริวารของวงแหวนดวงนี้เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

เราพบชั้นบรรยากาศที่มีออกซิเจนอยู่ในดวงจันทร์อื่นภายในระบบสุริยะ เช่น ยูโรปา (Europa) และ แกนีมีด (Ganymede) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีและยังเต็มไปด้วยก๊าซออกซิเจน เป็นต้น หากแต่การค้นพบชั้นบรรยากาศบนดวงจันทร์เรีย ชี้ให้เห็นว่า ยังมีวัตถุอวกาศขนาดใหญ่อื่นๆ ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งภายในระบบสุริยะนี้ ซึ่งอาจมีชั้นบรรยากาศบางๆ ที่เต็มไปด้วยก๊าซออกซิเจนปกคลุมอยู่ และอาจจะมีองค์ประกอบเคมีที่ซับซ้อน

“เราเห็นเหตุการณ์เดียวกันนี้ในดาวพฤหัส และตอนนี้เราได้ยืนยันสิ่งเดียวกันบนดวงจันทร์ของดาวเสาร์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระจายตัวของบรรยากาศที่พบนี้เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก” เบน ทีโอลิส (Ben Teolis) นักวิจัยผู้นำการศึกษาวิจัยครั้งนี้ จากสถาบันวิจัยเซาท์เวสต์ (Southwest Research Institute) ในซานอันโตนิโอ สหรัฐฯ บอกกับทางสเปซด็อทคอม

เมื่อราวทศวรรษ 1990 กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ของนาซาได้ตรวจพบชั้นออกซิเจนรอบๆ ดวงจันทร์ยูโรปา และ แกนีมีด ซึ่งออกซิเจนในบริวารทั้งสองดวงของดาวแห่งเทพจูปิเตอร์นี้มาจากพื้นผิวน้ำแข็งที่แตกตัวเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจนภายใต้การกระหน่ำอย่างรุนแรงจากอนุภาคมีประจุที่ส่งมาจากดาวพฤหัส

ทีมนักวิจัยเชื่อว่ามีบางอย่างคล้ายๆ กันนี้ที่อาจเกิดขึ้นในระบบสุริยะซึ่งอัดแน่นไปด้วยดวงจันทร์และเย็นจนเป็นน้ำแข็ง โดยทีโอลิสกล่าวว่า ดวงจันทร์เรียตกเป็นหนึ่งในตัวเลือกของนักวิจัยเพราะเต็มไปด้วยน้ำแข็ง และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,529 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอที่แรงโน้มถ่วงจะดึงชั้นบรรยากาศไว้ได้

ก่อนหน้านี้ยานแคสสินีได้บินผ่านดวงจันทร์เรียเพื่อสำรวจหาชั้นบรรยากาศที่มีออกซิเจนรอบๆ ดวงจันทร์ โดยทำการบิน 2 ครั้งคือ ในปี 2005 และ ปี 2007 ซึ่งยานอวกาศพบเค้าลางบางอย่างแต่ยังไม่ได้หลักฐานเป็นชิ้นเป็นอัน โดยครั้งนั้นแคสสินีเฉียดเข้าไปใกล้ดวงจันทร์เรีย 502 กิโลเมตร และ5,736 กิโลเมตร ตามลำดับ

กระทั่งเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานี้ ยานแคสสินีเข้าใกล้ดวงจันทร์ดวงนี้ได้มากกว่าเดิม โดยผ่านขั้วเหนือของดวงจันทร์และอยู่ห่างจากพื้นผิวเพียง 97 กิโลเมตร ซึ่งใกล้มากในการบินผ่านชั้นบรรยากาศของดวงจันทร์ นอกจากนี้เครื่องตรวจสเปกตรัมของมวลบนยานแคสสินียังยืนว่าในชั้นบรรยากาศของดวงจันทร์มีออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์อยู่

ทีโอลิสให้ข้อมูลว่า ดวงจันทร์เรียมีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ 70% และคาร์บอนไดออกไซด์ 30% โดยจุดที่ศึกษาพบว่าชั้นบรรยากาศของดวงจันทร์ดวงนี้บางกว่าดวงจันทร์ยูโรปาและดวงจันทร์แกนีมีดประมาณ 100 เท่า จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมยานแคสสินีจึงไม่พบชั้นบรรยากศจากตำแหน่งที่อยู่ไกลๆ

“ชั้นบรรยากาศบางเกินกว่าที่จะพบจากที่ไกลๆ” ทีโอลิสกล่าว

เมื่อเปรียบเทียบกับโลกออกซิเจนในชั้นบรรยากาศของเราเข้มข้นกว่าที่พบบนดวงจันทร์เรียอย่างน้อย 5 ล้านล้านเท่า แต่ถึงอย่างนั้นดวงจันทร์ของดาวเสาร์ก็ยังมีชั้นบรรยากาศที่หนากว่าดวงจันทร์ของโลกหรือดาวพุธ

อย่างไรก็ดี ดวงจันทร์เรียไม่ใช่ดวงจันทร์ของดาวเสาร์เพียงดวงเดียวที่มีชั้นบรรยากาศ ไททัน (Titan) ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ก็มีชั้นบรรยากาศที่หนากว่ามาก หากแต่การศึกษาล่าสุดนี้เป็นการพบชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยออกซิเจนซึ่งเกิดจากน้ำแข็งเป็นครั้งแรกนอกระบบดาวพฤหัสบดี การค้นพบครั้งนี้ทีโอลิสและคณะได้เผยแพร่งานวิจัยลงวารสารออนไลน์ของไซน์ (Science)

นักวิจัยระบุว่าพวกเขาค่อนข้างมั่นใจว่ารู้ที่มาของออกซิเจนบนดวงจันทร์เรีย ซึ่งอนุภาคมีประจุจากสนามแม่เหล็กของดาวเสาร์ได้แตกโมเลกุลของน้ำแข็งออกมาเป็นออกซิเจน หากแต่แหล่งกำเนิดของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นยังคงเป็นเรื่องลึกลับสำหรับนักวิจัยอยู่

เป็นไปได้ว่าดวงจันทร์เรียอาจจะเหมือนเทหวัตถุอื่นในระบบสุริยะ ซึ่งมีโมเลกุลอินทรีย์ที่อุดมไปด้วยคาร์บอนอยู่ใกล้ๆ พื้นผิวของดวงจันทร์เอง และสารอินทรีย์เหล่านั้นอาจแตกตัวได้จากอนุภาคมีประจุของดาวเสาร์ เช่นเดียวกับน้ำแข็งของดวงจันทร์เรียที่ทำให้เกิดออกซิเจน และคาร์บอนอิสระกับออกซิเจนอิสระอาจรวมตัวกันแล้วก่อตัวเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ อุกกาบาตขนาดเล็กอาจทำให้เกิดคาร์บอนขึ้นได้จากปฏิกริยาที่สันนิษฐานเช่นเดียวกันนี้

นอกจากนี้ยังมีข้อสันนิษฐานอีกว่า คาร์บอนไดออกไซด์อาจหนีออกมาจากภายในดวงจันทร์เรีย หรืออาจหลงเหลือจากการก่อตัวขึ้นเป็นดวงจันทร์เมื่อประมาณ 4.5 พันล้านปีก่อน หรืออาจเป็นผลจากปฏิกริยาที่เกิดขึ้นอันยาวนานภายในดวงจันทร์เรีย ซึ่งตอนนี้กลายเป็นภูมิประเทศที่แร้นแค้น

“เราไม่รู้เลยว่ากลไกไหนที่ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องการค้นหาต่อไปในอนาคต” ทีโอลิสกล่าว ซึ่งนักวิจัยอาจมีโอกาสทำอย่างที่คาดไว้เร็วๆ นี้ เพราะยานแคสสินีมีกำหนดบินผ่านดวงจันทร์เรียอีกครั้งในเดือน ม.ค.ที่จะถึงนี้ ด้วยระยะทางใกล้ประมาณ 75 กิโลเมตร จากขั้วใต้ของดวงจันทร์

งานวิจัยล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นว่าชั้นบรรยากาศที่มีออกซิเจนนั้นสร้างขึ้นจากการแตกตัวของพื้นผิวน้ำแข็ง และอาจเป็นปรากฎการณ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นกับวัตถุที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งในระบบสุริยะของเราและออกไปนอกระบบสุริยะ ซึ่งทีโอลิสกล่าวว่าคล้ายเป็นรูปแบบของการเกิดออกซิเจนเลยทีเดียว

จุดนี้เป็นนัยบ่งบอกว่าดวงจันทร์น้ำแข็งอาจมีแหล่งขององค์ประกอบเคมีที่ซับซ้อนอยู่ใกล้บริเวณพื้นผิวดวงจันทร์มากกว่าที่เราคิด ทั้งนี้เพราะออกซิเจนเป็นองค์ประกอบที่ไวต่อการทำปฏิกริยา องค์ประกอบเคมีเหล่านี้ยิ่งมีความน่าสนใจมากขึ้นหากออกซิเจนลงสู่ใต้ดินและผสมเข้ากับน้ำทะเลที่อยู่ในรูปของเหลว หากแต่ดวงจันทร์เรียไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน ต่างจากดวงจันทร์น้ำแข็งอื่นๆ เช่น ดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี และดวงจันทร์เอ็นเซลาดัส (Enceladus) ดวงจันทร์ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของดาวเสาร์

“หากกลไกนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติอย่างที่ควรจะเป็น ก็จะทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจตามมาอีก 2-3 คำถาม” ทีโอลิสกล่าว

/////////////////////////////////////////

ข้อมูลจาก…ASTVผู้จัดการออนไลน์


 

“แกนโลก” (อาจ) ยังมีชั้นนอกสุดอีก

26 Dec

นักธรณีวิทยาพบแกนโลก (อาจ) ยังมีชั้นนอกสุดอีก จากการวัดคลื่นแผ่นดินไหวจากใจกลางโลก เชื่อการค้นครั้งนี้จะช่วยไขความลึกลับของสนามแม่เหล็กโลกที่คงอยู่มากว่า 3,000 ล้านปี

หลักๆ แล้วแกนโลกประกอบด้วยเหล็กซึ่งแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ แกนกลางที่เป็นแข็งกว้าง 2,440 กิโลเมตร และปกคลุมชั้นของเหลวด้านนอกที่มีความหนา 2,250 กิโลเมตร แม้ว่าความจุส่วนใหญ่ของแกนโลกจะเป็นเหล็ก แต่นักวิจัยทราบอีกว่า แกนโลกยังมีธาตุเบาๆ อย่างออกซิเจนและซัลเฟอร์ด้วย

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ตลอดเวลาที่แกนโลกตกผลึกนั้นกระบวนการนี้จะบีบให้ธาตุเบาเหล่านี้หนีออกมาสู่ชั้นของเหลวด้านนอก และตอนนี้นักธรณีวิทยาเชื่อว่าได้ตรวจพบความเข้มข้นที่มากขึ้นของธาตุเบาเหล่านี้ทั้งหมดในแกนโลกชั้นนอกแล้ว

“ตั้งแต่ที่ได้เริ่มศึกษาโครงสร้างของแกนโลก ก็มีเค้าลางของโครงสร้างตั้งแต่นั้น นั่นเป็นเหตุผลที่เราค้นหา” ไลฟ์ไซน์รายงานเรื่องนี้และคำพูดของ จอร์จ เฮล์ฟฟริช (George Helffrich) นักธรณีวิทยาและนักแผ่นดินไหวจากมหาวิทยาลัยบริสตอล (University of Bristol) อังกฤษ

เพื่อสืบเสาะทำความเข้าใจเกี่ยวกับแกนโลกไลฟ์ไซน์ระบุว่า นักวิจัยต้องเฝ้าดูคลื่นแผ่นดินไหวที่เคลื่อนผ่านชั้นแกนโลกชั้นนอก คลื่นดังกล่าวได้กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวในแอฟริกาใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก แล้วได้บันทึกข้อมูลด้วยเครือข่ายเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นและยุโรปตอนเหนือ

ความเร็ว ณ จุดที่คลื่นแผ่นดินไหวเคลื่อนผ่านแกนโลกด้านนอกที่ความลึกแตกต่างกันนั้น บ่งชี้ว่าองค์ประกอบของแกนโลกแต่ละระดับความลึกนั้นไม่เหมือนกัน โดยชั้นบนสุดที่มีระยะ 300 กิโลเมตรนั้นมีโครงสร้างที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับส่วนที่อยู่ใกล้ที่สุดซึ่งมีธาตุเบาอยู่ 5% โดยน้ำหนัก

เฮล์ฟฟริชกล่าวว่า ยากที่จะไม่ยอมรับโครงสร้างแผ่นดินไหวที่พบได้ เพราะสัญญาณจากข้อมูลที่ใช้นั้นชัดเจนมาก แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถึงการค้นพบครั้งนี้ ว่าเป็นการค้นพบชั้นใหม่อีกชั้นของแกนโลก หากแต่ระบุว่าคนอื่นอาจจะบอกว่า “ใช่” ซึ่งเขาได้เกี่ยวโยงกรณีชั้นใหม่ของแกนโลกที่น่าจะเป็นได้มากนี้กับชั้นของบรรยากาศ

“ลองคิดถึงชั้นสตราโตสเฟียร์ที่อยู่เหนือหัวเราขึ้นไป มันมีชั้นให้เห็นไหม? มันไม่มีขอบเขตบอกไว้ มีเพียงการเปลี่ยนอุณหภูมิตามระดับความสูง เหมือนกัน กรณีนี้ไม่มีขอบเขตเช่นกันเราอนุมานว่า ภายในชั้นบนของแกนโลกนั้นความเร็วคลื่นค่อยๆ ลดลง และเป็นไปได้ว่าค่อยๆ เพิ่มขึ้นเมื่อขึ้นสู่พื้นผิว” เฮล์ฟฟริชกล่าว

การค้นพบสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนาของสนามแม่เหล็กโลกได้ ซึ่งเฮล์ฟฟริชกล่าวว่า ปัญหาหนึ่งที่คงอยู่มานานมากคือ อะไรเป็นพลังงานให้สนามแม่เหล็กโลกคงอยู่มานานกว่า 3,000 ล้านปีได้อย่างไร และดูเหมือนว่ายังคงอยู่ต่อไป ซึ่งการหมุนของแกนโลกนี้เข้าใจว่าเป็นพลังงานที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กรอบโลก

คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดตามที่เฮล์ฟฟริชอธิบาย คือการขับธาตุเบาออกจากแกนโลกชั้นในได้ปลดปล่อยพลังงานศักย์เชิงโน้มถ่วงออกมา ขณะที่ของเหลวพุ่งขึ้นด้านบนก็ทิ้งพลังงานลงด้านล่าง ซึ่งได้ขับให้โลหะไหลอยู่แกนโลกชั้นใน และช่วยให้สนามแม่เหล็กยังคงมีอยู่ต่อไป ซึ่งข้อสันนิษฐานนี้สอดคล้องกับความเร็วของคลื่นแผ่นดินไหวที่พวกเขาค้นพบ

อนาคตเราอาจทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ดีขึ้นด้วยการจับตาดูชั้นแกนโลกชั้นนอกนี้ด้วย อีกทั้งเครือข่ายข้อมูลแผ่นดินไหวใหม่ๆ ในจีน อินเดีย หรือในสหรัฐฯ เองจะช่วยให้มีชุดข้อมูลที่มากขึ้น ซึ่งเฮล์ฟฟริชคาดว่าการปรับปรุงหลักๆ ของงานนี้จะช่วยสร้างแบบจำลองแกนโลกที่เป็นของเหลวได้ดีขึ้น และสร้างสมดุลการเติบโตของแกนโลกชั้นในกับองค์ประกอบของชั้นแกนโลก

สำหรับผลงานของเฮล์ฟฟริชซึ่งร่วมศึกษากับ ซาโตชิ คาเนชิมา (Satoshi Kaneshima) จากมหาวิทยาลัยเคียวชู (University of Kyushu) ญี่ปุ่น ได้เผยแพร่การค้นพบครั้งนี้ลงในวารสารวิชาการเนเจอร์ (Nature

/////////////////////////////////////////////////////////////
ข้อมูลจาก… ASTVผู้จัดการออนไลน์


 

พบ “ซูเปอร์เอิร์ธ” ดาวเคราะห์คล้ายโลกมีชั้นบรรยากาศ ครั้งแรก!

17 Dec

ภาพ วาจำลองดาวเคระห์นอกระบบสุริยะ จีเจ 1214บี ที่โคจรรอบดาวแคระแดงที่อยู่ห่างจากโลก 40 ปีแสง และมีจันทรืบริวาร 2 ดวง (David A. Aguilar /ไซน์เดลี)

…………นักดาราศาสตร์เผยผลวิเคราะห์พบชั้นบรรยากาศในดาว เคราะห์หิน “ซูเปอร์เอิร์ธ” นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรก ชี้เป็นก้าวสำคัญในการสำรวจเพื่อจำแนกดาวเคราะห์ของระบบสุริยะอื่นที่มี ศักยภาพเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในรูปแบบที่เราจะทำความรู้จักได้

…………ทั้งนี้ “ซูเปอร์เอิร์ธ” (super-Earth) คือชื่อเรียกดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ขนาดใหญ่กว่าโลกเพียง 2-3 เท่า โดยดาวเคราะห์ที่นักดาราศาสตร์ค้นพบชั้นบรรยากาศคือดาวที่มีชื่อ “จีเจ 1214บี” (GJ 1214b) ซึ่งไซน์เดลีระบุว่าดาวเคราะห์ดวงนี้โคจรอยู่รอบดาวแคระแดงที่อยู่ห่างออก จากโลกออกไป 40 ปีแสง และเป็นดาวเคราะห์ที่มีรัศมีกว่าโลก 2.7 เท่า และมีมวลมากกว่าโลก 6.5 เท่า

…………นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์ดวงนี้ตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปี ค.ศ.2009 ซึ่งครั้งนั้นพวกเขารายงานว่าโลกใหม่ที่ค้นพบนั้นมีสัญญาณของชั้นบรรยากาศ หนาๆ อยู่ มาถึงตอนนี้งานวิจัยที่นำทีมโดย เจค็อบ บีน (Jacob Bean) ศาสตราจารย์จากศูนย์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์ฮาร์วาร์ด-สมิทโซเนียน (Harvard-Smithsonian Center for Astrophysics) ได้วัดและคำนวณขนาดของชั้นบรรยากาศออกมาได้เป็นครั้งแรก

…………“นี่ เป็นดาวเคราะห์ซูเปอร์เอิร์ธดวงแรกที่เรารู้จักว่ามีชั้นบรรยากาศ แต่ด้วยการวัดคำนวณชั้นบรรยากาศครั้งนี้เรายังไม่อาจบอกได้ว่าชั้นบรรยากาศ นั้นเกิดจากอะไร ดาวเคราะห์ดวงนี้ค่อนข้างขี้อายและปิดบังธรรมชาติของมันไม่ให้เราเห็น” ศ.บีนให้ความเห็น และบอกด้วยว่าตอนนี้เรามาถึงหลักไมล์บนถนนที่มุ่งหน้าสู่การระบุลักษณะของดาวเคราะห์ลักษณะนี้

………….ดาวเคราะห์ จีเจ 1214บี โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงเล็กๆ ที่ไม่สว่างมาก ทำให้ง่ายต่อนักวิทยาศาสตร์ที่จะศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้ โดยทีมวิจัยอาศัยช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ผ่านหน้าดาวฤกษ์ของตัวเอง ระหว่างนั้นแสงของดาวฤกษ์จะถูกกรองผ่านชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ ก๊าซในชั้นบรรยากาศจะดูดกลืนความยาวคลื่นแสงบางช่วงหรือบางสีของคลื่นแสง ซึ่งจะทิ้งหลักฐานเกี่ยวกับองค์ประกอบทางเคมีให้นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบ กันบนโลก คล้ายกับนักดาราศาสตร์ได้ค้นพบไอก๊าซไฮโดรเจนและโซเดียมในชั้นบรรยากาศของ “ดาวพฤหัสบดีเดือด” ที่อยู่แสนไกล

……………ด้าน เดวิด ชาร์บอนนิว (David Charbonneau) นักดาราศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard) ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยครั้งนี้แต่เป็นผู้นำทีมค้นพบดาวเคราะห์ จีเจ 1214แสดงความเห็นด้วยว่าการค้นพบล่าสุดนี้มีความสำคัญ และเป็นหลักไมล์ในการศึกษาคุณลักษณะของดาวเคราะห์ซูเปอร์เอิร์ธนี้

…………..“ใน เวลาไม่ถึง 10 ปี เราได้ก้าวไปถึงการศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์อื่นที่คล้ายดาวพฤหัสบดี ไปจนถึงดาวเนปจูนและดาวเคราะห์ซูเปอร์เอิร์ธ ดาวเคราะห์ขนาดใกล้เคียงกับโลกจะเป็นคิวถัดไป แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากมากก็ตาม” ชาร์บอนนิวให้ความเห็น

………….ศ.บีนบอกทางเอเอฟพีว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้ร้อนเกินกว่าที่จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ โดยในบริเวณที่มีความดันบรรยากาศเท่าๆ กับที่พบในระดับน้ำทะเลของโลกนั้น มีอุณหภูมิสูงถึง 500 องศาเซลเซียส ถึงกระนั้นดาวเคราะห์ดวงนี้ก็เป็นดาวเคราะห์ที่เล็กกว่า เย็นกว่าและคล้ายโลกมากกว่าดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงอื่นๆ อีกกว่า 500 ดวงที่พบแล้ว และดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะส่วนใหญ่ที่พบนั้นคล้าย “ดาวพฤหัสบดีเดือด” เสียมากกว่า เนื่องจากดาวเคราะห์ส่วนใหญ่ที่พบมีขนาดใหญ่ มีก๊าซมากและยังร้อนจัดอีกด้วย

…………..จีเจ 1214บี โคจรครบรอบดาวฤกษ์ของตัวเองทุกๆ 38 ชั่วโมง ด้วยระยะทางห่างแค่ 2 ล้านกิโลเมตร ซึ่งใกล้กว่าระยะระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ถึง 70 เท่า ทั้งนี้ ทีมวิจัยศึกษาดาวเคราะห์ดวงนี้ในย่านรังสีอินฟราเรดใกล้ที่มีความยาวคลื่น 780-1,000 นาโนเมตร โดยใช้กล้องโทรทรรศน์บนภาคพื้นดินเวรีลาร์จ (Very Large Telescope) ขององค์การอวกาศยุโรป (อีซา) ในหอดูดาวพารานัล (Paranal Observatory) ที่ชิลี และการศึกษาเพิ่มเติมโดยใช้ย่านรังสีอินฟราเรดกลางและไกล อาจช่วยตอบคำถามได้ว่าดาวดวงนี้เป็นไอน้ำร้อนหรือดาวก๊าซกันแน่น

……………ผลการศึกษาครั้งนี้ได้ตีพิมพ์ลงวารสารเนเจอร์ (Nature) โดย ศ.บีนยังได้ร่วมกับ เอลิซา มิลเลอร์-ริซซี เคมป์ตัน (Eliza Miller-Ricci Kempton) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในซานครูซ (University of California, Santa Cruz) และ เดเรค โฮเมียร์ (Derek Homeier) จากสถาบันดาราศาสตร์ฟิสิกส์ (Institute for Astrophysics) ใน กอตติงเกน เยอรมนี

ข้อมูลจาก…ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 6 ธันวาคม 2553