e-mail , สังคมออนไลน์

เกี่ยวกับจังหวัดตรัง

สมาชิก...เข้าสู่ระบบ





Custom Search
วันมาฆบูชา
 วันมาฆบูชา วันเพ็ญเดือน ๓ (Magha puja day)       

          วันมาฆบูชาหมายถึง การบูชา ในวันเพ็ญเดือน ๓ เนื่องในโอกาสคล้าย วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์

          วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับชาวพุทธ เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หากปีใด เป็นอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหนจะเลื่อนไปตรงกับวันเพ็ญเดือน ๔ หลังจากการตรัสรู้ของสัมมาสัมพุทธเจ้า ๙ เดือน ได้มีพระสาวกเดินทางมาเฝ้าพระพุทธองค์ พร้อมกันเป็นครั้งแรกโดยมิได้นัดหมายเป็นจำนวนถึง ๑ , ๒๕๐ รูป ณ เวฬุวันมหาวิหาร ชานเมืองราชคฤห์ เมืองหลวงของแควันมคธ ประเทศอินเดีย การประชุมครั้งใหญ่ของพระสาวกนี้เรียกว่า “ มหาสันนิบาต ” มีลักษณะพิเศษ ๔ ประการเรียกว่า “ จาตุรงคสันนิบาต ” กล่าวคือ

          ๑.เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หรือ มาฆมาส

          ๒.มีพระสงฆ์มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ๑ , ๒๕๐ รูป

          ๓.พระสงฆ์เหล่านี้ ล้วนเป็นพระที่บวชโดยพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น เรียกว่า “ เอหิภิกขุอุปสัมปทา ”

          ๔.พระสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา ๖

          พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศหลักธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนาเสมือนหนึ่งรัฐธรรมนูญที่ใช้เป็นกฎหมายแม่บทสำคัญสูงสุดของประเทศ คือทรงแสดงพระโอวาทปาติโมกข์ ให้พระสาวกถือเป็นหลักปฏิบัติเพื่อนำไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีเนื้อหา ๓ ประการ

          ๑. อุดมการณ์ พระพุทธศาสนามีจุดหมายสูงสุด ได้แก่ พระนิพพาน คือการดับสูญจากกิเลศ และทุกข์ทั้งปวง อันจะทำสำเร็จได้ด้วยพึ่งตนพากเพียรด้วยการกระทำของตนเอง ไม่ใช้สำเร็จด้วยการอ้อนวอนร้องขอจากเทพองค์ใด

          ๒. หลักการ หลักคำสอนอันเป็นหัวใจในด้านปฏิบัติของพระพุทธศาสนาคือ

               - ไม่ทำความชั่วทั้งปวง

               - ทำกุศลธรรมความดีให้ถึงพร้อม

               - ทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส

          ๓. วิธีการ พุทธวิธีในการนำธรรมะสู่จิตใจชาวโลกด้วยเมตตา

               - ไม่มีการกล่าวร้ายใคร

               - ไม่มีการทำร้ายใคร

               - รักษาวินัยเคร่งครัด

               - รู้จักประมาณในการกินอาหาร

               - อยู่ในที่อันสงบสงัด

               - ฝึกฝนพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น

               - ด้วยการบำเพ็ญสมาธิอยู่เสมอ

          สำหรับ “ วันมาฆบูชา “ ในเมืองไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชนิพนธ์ไว้ในหนังสือ “ พระราชพิธีสิบสองเดือน ” สรุปได้ความว่า แต่เดิมพิธีวันมาฆบูชา ไม่เคยกระทำมาก่อนในเมืองไทย เพิ่งจะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ โดยพระองค์ทรงถือแบบย่างโบราณบัณฑิตที่นิยมว่าวันเพ็ญกลางเดือน ๓ เป็นวันประชุมใหญ่ของพระสาวกของพระพุทธเจ้า มีลักษณะน่าอัศจรรย์ ซึ่งได้ถือว่าเอาเหตุนั้นเป็นเครื่องแสดงสักการะบูชา พิธีมาฆบูชา จึงได้เกิดมีขึ้นในเมืองไทย มีทั้งพิธีสงฆ์ ราชพิธี และพิธีราษฎร์ สืบมาจนถึงทุกวันนี้

          พระราชพิธีมีตามวัดพระอารามหลวง เช่นที่ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชประดิษฐ์ และปัจจุบันนี้ก็มีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นต้น การปฏิบัติพุทธศาสนากิจในวันมาฆบูชาที่นิยมโดยทั่วไป ก็คือ

               - ทำบุญตักบาตร หรือนำภัตตาหารไปถวายพระสงฆ์แล้ว กรวดน้ำ แผ่ส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว

               - บริจาค ให้ทาน แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม

               - การปล่อยสัตว์ เช่น โค กระบือ นก ปลา เป็นต้น

               - ฟังธรรมะ รักษาศิล ๕ ศิล ๘ เป็นต้น

               -บำเพ็ญภาวนา ทำสมาธิ – วิปัสสนากัมมัฎฐาน

               - นำดอกไม้ธูปเทียนไปเวียนเทียนที่พุทธสถานต่างๆ เช่น ที่วัดต่างๆ ที่ท้องสนามหลวง หรือที่พุทธ มณฑล เป็นต้น

ตักบาตร