ผลงาน ,โครงการ
ทันข่าวทันเหตุการณ์
แหล่งเรียนรู้บนเว็บ
e-mail , สังคมออนไลน์
เรียนรู้ออนไลน์
เกี่ยวกับจังหวัดตรัง
สมาชิก...เข้าสู่ระบบ
| การประเมินโรงเรียนนิติบุคคล |
|
การประเมินโรงเรียนนิติบุคคลและกรอบนโยบาย 10 จุดเน้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 2ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนในสังกัด และมอบหมายให้คณะกรรมการดังกล่าวออกประเมินผลการดำเนินงานตามโครงสร้างการบริหารโรงเรียนนิติบุคคลและกรอบนโยบาย 10 จุดเน้น ณ โรงเรียนบ้านโคกยางในวันที่ 18 มี.ค. 2552 คณะกรรมการตรวจสอบประเมินผลการดำเนินงานประกอบด้วยผู้บริหารโรงเรียนและศึกษานิเทศน์ มีรายนามดังนี้.. 1. นางไพรัช ตลาภา ผู้อำนวยการโรงเรียนกันตังพิทยากร 2. นายพรชัย ดาบทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำราบ 3. นายวรรณชัย ศิรฺภิรมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาวิทยา 4. นางยุพิน ชูช่วย ศึกษานิเทศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 2 หลังจากการปฏิบัติงานของคณะกรรมการเสร็จสิ้นลง ได้บันทึกผลการตรวจเยี่ยมลงในสมุดบันทึกการตรวจเยี่ยมดังนี้..."คณะกรรมการได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในการให้ข้อมูลประกอบและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทำให้การประเมินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้..ขอชื่นชมกับคณะบุคคลากรของโรงเรียนบ้านโคกยางซึ่งเป็นทีมงานเข้มแข็ง มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน จัดระบบเอกสาร สารสนเทศรองรับไว้อย่างเป็นระบบเป็นแบบอย่างได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกาของโรงเรียนเป็นอย่างมากและสามารถส่งเสริมให้ทีมงานได้ทำงานอย่างดี มีคุณภาพ ส่งผลต่อการพัฒนสการศึกษาในท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าสืบไป "..
ความรู้เกี่ยวกับนิติบุคคล นิติบุคคลคืออะไร นิติบุคคล เป็นบุคคลที่กฎหมายสมมุติขึ้นเพื่อให้มีสิทธิ หน้าที่ และสามารถทำกิจการอันเป็นการก่อนิติสัมพันธ์ได้ตามในกรอบวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ แบ่งเป็น 1. นิติบุคคลในกฎหมายเอกชน หมายถึง นิติบุคคลที่เกิดขึ้นตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแบ่งและพานิชย์ 2. นิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน หมายถึง นิติบุคคลที่เกิดขึ้นตามกฎหมายมหาชน คือมีพระราชบัญญัติ หรือกฎหมายอื่นที่อาศัยอำนาจจากพระราชบัญญัติกำนดให้จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยทั่วไปจะดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณะและมีการใช้อำนาจมหาชน เช่น กระทรวง ทบวง กรมองค์องค์การมหาชนของรัฐ เทศบาลวัด เป็นต้น สถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคลจึง หมายถึง โรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาที่กฎหมายยอมรับให้สามารถกระทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเองตามในกรอบวัตถุประสงค์ มีสิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายและระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการ ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์และกฎหมายอื่นซึ่งกำหนดสิทธิและหน้าที่ของสถานศึกษาไว้เป็นการเฉพาะ อำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 มาตรา 39 กำหนดให้สถานศึกษาและส่วนราชการตารมมาตรา 34 (2) คือสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือส่วนราชการที่เรียกร้องอย่างอื่น มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ (1) บริหารกิจการของสถานศึกษาหรือส่วนราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับของทางราชการและของสถานศึกษาหรือราชการ รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษาหรือส่วนราชการ รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษาหรือส่วนราชการ (2) ประสานการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษารวมทั้งควบคุมดูแลบุคคล การเงิน การพัสดุ สถานที่และทรัพย์สินอื่นของสถานศึกษา หรือส่วนราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแลข้อบังคับของราชการ (3) เป็นผู้แทนของสถานศึกษาหรือส่วนราชการในกิจการทั่วไป รวมทั้งการจัดทำนิติกรรมสัญญาในราชการของสถานศึกษาหรือส่วนราชการตามวงเงินงบประมาณที่สถานศึกษาหรือส่วนราชการได้รับตามที่ได้รับมอบอำนาจ (4) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาหรือส่วนราชการเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา (5) อำนาจหน้าที่ในการอนุมัติประการศนียบัตรและวุฒิบัตรของสถานศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด (6) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวง เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวะศึกษา และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารวมทั้งงานอื่นที่กระทรวงมอบหมาย นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการบริหารจัดการและขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาพ.ศ.2546 สรุปได้ดังนี้ 1) ให้สถานศึกษามีวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ เพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ 2) ในกิจการทั่วไปของสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้แทนนิติบุคคลสถานศึกษา 3) ให้สถานศึกษามีอำนาจปกครองดูแล บำรุงรักษาใช้และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่สถานศึกษา เว้นแต่การจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้อุทิศให้สถานศึกษา ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และเมื่อจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์แล้ว ให้สถานศึกษารายงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทราบโดยเร็ว 4) ในกรณีที่จะต้องมีการจดทะเบียนสิทธิขึ้นทะเบียนหรือดำเนินการทางทะเบียนใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่สถานศึกษา ให้สถานศึกษาสามารถดำเนินการทางทะเบียนดังกล่าวได้ในนามนิติบุคคลสถานศึกษา 5) ในกรณีนิติบุคคลสถานศึกษาถูกพ้องคดี ให้สถานศึกษารายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทราบ เพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบดำเนินคดีโดยเร็ว 6) สถานศึกษาจะมีอิสระในการบริหารงบประมาณในส่วนของที่ตั้งไว้สำหรับสถานศึกษาตามที่ได้รับการกำหนดวงเงิน และได้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ยกเว้นงบประมาณในหมวดเงินเดือน 7) สถานศึกษามีอิสระในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการพัสดุในส่วนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ หรืออยู่ในวงเงินงบประมาณที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด 8) การรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่สถานศึกษา ให้สถานศึกษาบริจาคตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ และตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด 9) การบริหารจัดการเกี่ยวกับการเงิน และบัญชีของสถานศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด 10) ให้สถานศึกษาจัดทำบัญชีแสดงรายการรับจ่ายเงินและทรัพย์สินมีผู้อุทิศให้เป็นหลักฐานและรายงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทราบทุกสิ้นปีงบประมาณ 11) การบริหารงานบุคคลของสถานศึกษาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2545 มาตรา 39 กำหนดให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหาร และการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในเขตพื้นที่โดยตรง การกระจายอำนาจดังกล่าวจะทำให้สถานศึกษามีความคล่องตัว มีอิสระในการบริหารจัดการ ตามหลักของการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ( School Baerd Management : SBM ) ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ได้มาตรฐานและสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากหลักการดังกล่าวจึงกำหนดให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคลโดยได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ในมาตรา 35 ว่าสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 34 (2) เฉพาะที่เป็นโรงเรียนมีฐานะเป็นนิติบุคคล และเมื่อมีการยุบเลิกสถานศึกษาตามวรรคหนึ่งให้ความเป็นนิติบุคคลสิ้นสุดลง |