e-mail , สังคมออนไลน์

เกี่ยวกับจังหวัดตรัง

สมาชิก...เข้าสู่ระบบ





Custom Search
โครงการฝืกอบรมเยาวชนยุคใหม่ใส่ใจผู้สูงอายุ

                   โครงการฝืกอบรมเยาวชนยุคใหม่ใส่ใจผู้สูงอายุ “สานสัมพันธ์วัยใส  ใส่ใจวัยชรา”

โครงการฝืกอบรมเยาวชนยุคใหม่ใส่ใจผู้สูงอายุ

โครงการฝืกอบรมเยาวชนยุคใหม่ใส่ใจผู้สูงอายุ “สานสัมพันธ์วัยใส ใส่ใจวัยชรา” ประจำปี 2553 รุ่นที่ 2  จัดโดย สถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง

จัดขึ้น ณ โรงเรียนบ้านโคกยาง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ระหว่างวันที่ 14-15 ก.ค. 2553 สถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง ตั้งอยู่ที่อยู่: 133 หมู่2 ตำบล: ปากแจ่ม อำเภอ: ห้วยยอด จังหวัด: ตรัง

 

อ่าน บทความ (ตัดตอน บางส่วน) เรื่อง..จิตวิทยา > วัยชรา ....วัยชรา.....เป็นวัยแห่งความสุข หรือ วังวนแห่งความทุกข์

เขียนโดย ผศ.สุภวรรณ พันธุ์จันทร์ ข้อมูลจาก http://socialscience.igetweb.com/index.php?mo=3&art=217670

วัยชรา เป็นวัยสุดท้ายของพัฒนาการของบุคคล เป็นวัยที่สั่งสมประสบการณ์มาตลอดชีวิตโดยเริ่มจากวัยเด็กมาเป็น วัยรุ่น จากนั้นก็เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แล้วทุกคนไม่ว่าเราหรือท่านต้องมาถึงช่วงเวลานี้ด้วยกันทั้งสิ้น

วัยชรา คือช่วงวัยแห่งความสุข แม้ว่าตัวท่านอาจจะมีโรคภัยไข้เจ็บ ต้องพบแพทย์เป็นประจำ แต่ท่านมีสุขภาพจิต ดี มีอารมณ์ดี ลูกหลานปรารถนาที่จะเข้าใกล้ เพราะความมีเมตตา การมีรอยยิ้มที่ดีใจเมื่อเห็นลูกหลาน การมีความสุขที่เป็นทำอะไรๆหลายอย่างที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือการปักชุนเล็กๆน้อยๆ ให้กับลูกหลาน ความสดชื่นจากญาติผู้ใหญ่ การมีอารมณ์ที่แจ่มใสของท่านเหล่านี้เป็นเสน่ห์ให้ลูกหลานอยากเข้าใกล้ อยากพูดคุย อยากได้รับคำชี้แนะในเรื่องที่ท่านเหล่านั้นได้มีประสบการณ์ ท่านจงภูมิใจว่าท่านคือห้องสมุดชีวิตที่ลูกหลานอยากจะค้นคว้าอยากจะอยู่ใกล้ วัยชราที่จะพบความสุขแบบนี้ได้ท่านต้องมาจากการพัฒนาการชีวิตช่วงแรกและช่วงกลางชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่น มีการวางแผนชีวิต เข้าใจธรรมชาติของชีวิต เข้าใจความแตกต่างระหว่างคนรุ่นใหม่ กับคนรุ่นท่าน เข้าใจความต้องการของตนเอง โดยไม่เรียกร้องอย่างไร้ขอบเขต อยู่บนโลกของความจริง มีเหตุผล ท้ายสุดคือต้องเป็นผู้มีความสามารถพัฒนาอารมณ์ได้อย่างมั่นคง หรือมักใช้คำพูดว่ามีวุฒิภาวะสมวัย ถ้าท่านเข้าลักษณะนี้ไม่ว่าจะอยู่กับลูกคนใด ลูกเขยหรือลูก สะใภ้คนไหน หลานๆเป็นอย่างไรท่านก็ปรับตัวได้ มนุษย์ปกติ ต้องปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม ไม่มีสิ่งแวดล้อมใดจะวิ่งมาปรับตัวตามท่าน เพราะสิ่งแวดล้อมนั้นหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ทั้งที่เป็นคน สัตว์ และสิ่งของ

การปรับตัวของวัยชราโดยส่วนมากมักจะ ปรับตัวค่อนข้างอยาก เพราะ เป็นการสั่งสมบุคลิกภาพมายาว นาน มีการยึดติด และคิดว่าความคิดของตนถูก จึงไม่รู้จักปล่อยวาง จู้จี้ขี้บ่น ทำตัวให้ผู้อื่นห่วงใย ขาดความยืดหยุ่นในชีวิต ทุกอย่างต้องเป็นอย่างที่ฉันคิด เรียกว่า Ego จัด ไม่ฟังใคร ถ้าไม่สนฉันๆก็จะเจ็บป่วย หรือ ไม่ยอมกินข้าว งอนไปงอนมา ความที่สุขภาพของคนชราเปราะบาง อ่อนแอ อยู่แล้วคราวนี้เป็นจริงเลย โรคต่างๆก็รุมเร้าเข้ามาไม่ว่าจะเป็น โรคความดัน โรคหัวใจ โรคไขข้อ เป็นมากๆอาจจะลามไปถึงโรคอื่นๆที่รุนแรงกว่า ทำให้ไม่อาจเยียวยาได้ ในกรณีนี้เรียกว่า วัยชราคือ วังวนแห่งความทุกข์ คนชราในกลุ่มนี้มักต้องการการดูแลและเอาใจใส่สูง เพราะฉะนั้นปัญหาของคนชราประเภทนี้ จึงเป็นปัญหาทางด้านจิตใจ เป็นปัญหาในเรื่องของความรู้สึกนึกคิด หรือแม้กระทั่งมีปัญหาทางอารมณ์ รวมไปถึงการมีสัมพันธภาพกับบุคคลในครอบครัวไม่ดีนัก ในกรณีนี้ บุคคลที่จะช่วยให้คนชรามีอายุยืน คนแรกน่าจะเป็นตัวคนชราเอง

ท่านที่ชรา ท่านที่มีอายุ เลข 6 นำหน้า ท่านต้องเตรียมตัว เตรียมใจ พร้อมที่จะต้องรับสถานการณ์ ที่จะเกิดต่อการเปลี่ยนแปลงที่มาจากตัวท่านเอง ได้แก่ ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความปวดเมื่อยต่างๆทุกส่วนของร่างกาย หรือปัญหานั้นอาจมาจากคนใกล้ตัว รวมไปถึงการจากไปอย่างไม่อาจหวนคืนของคนที่ท่านรัก เป็นการปิดฉากพัฒนาการชีวิตขั้นสุดท้ายของคนทุกคน ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่คืน หนีไม่พ้น ก็คงต้องปลง และยอมรับว่านี่คือความจริง ที่ทุกชีวิตต้องพบเพียงแต่ว่าช้าหรือเร็วเท่านั้น และกลุ่มคนที่สองคือคนที่ใกล้ตัวท่าน คนกลุ่มนี้ ต้องพยายามอย่างมากที่จะต้องเข้าใจธรรมชาติของคนชรา ต้องรู้จักการเอาใจใส่ การดูแล การให้ความสำคัญ การเคารพยกย่องและความรักที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจ การสัมผัสที่แสดงให้รู้ว่าท่านรักปู่ ย่า ตา ยาย จะช่วยให้สุขภาพจิตของท่านเหล่านั้นดีขึ้น

คนชรา มักไม่สนใจกิจกรรมกลุ่มมากนัก การทำกิจกรรมทางสังคมจะลดลง ดังนั้นคนชราทุกท่าน ท่านควรหางานอดิเรกทำเพลิน ๆ ดูแลตนเองอย่าให้ถูกละอองฝน หาเสื้อหนาๆมาใส่ อย่าตากลมแรงมากนัก ในเรื่องอาหารก็เช่นกัน ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ได้แก่ ข้าวหุงนิ่ม ๆ น้ำซุป เนื้อปลา ผักต้ม เช่น บวบ น้ำเต้า ฟักทอง บางวันเบื่ออาหารลองทำมันเผาหอมๆ หรือเผือกนึ่ง ก็จะเปลี่ยนรสชาติของอาหารได้ ที่สำคัญอย่างลืม ผลไม้ พวกกล้วยน้ำว้า มะละกอ แอบปิ้ล แตงโม มะเฟืองหวานคั้นเอาแต่น้ำ หรือสับปะรดสดๆ ฉ่ำๆ อย่ากินมากนะเดี๋ยวน้ำตาลขึ้น ผลไม้ที่กล่าวมาอาจกินกับข้าวก็ได้ บางครั้งก็ทำให้ชื่นใจเหมือนกัน ผู้เขียนเคยลองถามคุณย่าทวด อายุ 96 จะย่างเข้า 97 ปี ถามว่าคุณย่าทวดกินอะไรถึงอายุยืน คำตอบที่ได้คือท่านไม่กินอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมัน และกะทิ และกินแค่รู้สึกว่าอิ่ม ไม่กินมาก ออกกำลังกาย ทำงานโน้นบ้างนี่บ้าง อย่าให้หนักเกินแรง ไม่วิตกปัญหาของคนอื่น นั่งเล่นบางทีก็ท่องคาถาสวดมนต์ ทำใจให้สบายๆ เมื่อใจนิ่ง ความเบาก็เกิด อายุก็ยืน วิธีนี้ก็เข้าท่าดีเหมือนกัน แต่ถึงอย่างไร เรา ท่านต้องทำให้คนชรารู้สึกว่าตัวท่านมีคุณค่า เป็นคนที่ทุกคนรัก เห็นความสำคัญ เท่านี้สุขภาพจิตของคุณ ปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ก็จะดี คุณภาพจิตที่ดี จะส่งผลถึงพฤติกรรมที่แสดงออกของคนในวัยนี้ก็สมวัยด้วย

ช่วงชีวิตที่ผ่านมา คุณ ปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ทำเพื่อลูก หลานมามากแล้ว พอท่านสูงอายุขึ้นถึงเวลาหรือยังที่เราจะรักษา ท่านเหล่านี้ ให้มีความสุข และสามารถผ่านพัฒนาการชีวิตขั้นสุดท้ายได้เป็นอย่างดี และท่านที่เข้าสู่ วัยชรา......ท่านเคยตั้งคำถามหรือไม่ว่า ท่านเป็นวัยแห่งความสุข หรือวัยที่เกิดวังวนแห่งความทุกข์ คนที่จะเลือกปรับแต่งชีวิต ก็คือตัวท่านเอง อย่าฝากหัวจิตหัวใจไว้กับคนอื่น จงสร้างพลังจิตให้เข้มแข็ง เพื่อก้าวสู่ช่วงชีวิตต่อไป

“ส่วนท่านที่ต้องอยู่กับคนชรา ท่านควรปรับแต่งพฤติกรรมให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตร่วมกับท่านเหล่านั้น หรือคิดเสียว่า คนชราคือบทเรียนสำเร็จรูปที่เราต้องเปิดตำราอ่านทีละตัว ทีละขั้น อย่างแผ่วเบา ทั้งคำพูด และพฤติกรรมที่แสดงออกของเรา เมื่อใดที่ปิดตำรา เราอาจจะหาเปิดไม่ได้อีก เพราะมันคือบทเรียนสำเร็จรูปชีวิตนั้นเอง แล้วตัวเราก็จะได้แบบแห่งพฤติกรรมที่จะก้าวเดินไปในเส้นทางสายเดียวกับท่านเช่นกัน”

 

Created by issu